วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2552




ตัวละครในการ์ตูนโดราเอม่อน


Doraemon - โดราเอม่อน
โดราเอม่อนเป็นแมวหุ่นยนต์ในศษตวรรษที่ 22 แห่งโลกอนาคต อาหารที่เขาโปรดปรานที่สุดคือขนมโดรายากิ ทำด้วยถั่วแดงและแป้งหวาน โดราเอม่อนเกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2655 หนัก 129.3 กก. สูง 129.3 ซม. กระโดดได้สูง 129.3 ซม. และยังวิ่งได้เร็วถึง 129.3 กม. / ชม. ตัวอ้วนกลมสีน้ำเงิน สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือหนู เพราะว่าโดราเอม่อนเคยถูกหนูกินหูของตัวเองจนทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นแมวหุ่นยนต์ที่ไม่มีหู ในกระเป๋าหน้าท้องของโดราเอม่อนมีของวิเศษมากมายที่ใช้คอยช่วยเหลือโนบิตะในศตวรรษที่ 20 เพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในโลกอนาคตนั่นเอง
Dorami - โดเรมี่
โนบิตะเป็นตัวละครหลักของการ์ตูนเรื่องนี้ จะว่าเป็นพระเอกเลยก็ว่าได้ มีคาเรคเตอร์ส่วนตัวคือ ขี้เกียจ , ขี้แง , ไม่เคยพึงพาตัวเอง และอ่อนแอ โนบิตะหลงรักชิซูกะเพื่อนหญิงในกลุ่มเดียวกัน และหวังว่าจะได้แต่งงานกับชิซูกะในอนาคต โนบิตะสอบได้คะแนน 0 เสมอ แถมยังโดนเพื่อน ๆ แกล้งทุกตอนอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นตัวเดินเรื่องหลักของการ์ตูนเรื่องนี้ ชีวิตประจำวันของโนบิตะคือ ไปโรงเรียนสายทุกวัน , โดนครูทำโทษทุกครั้งโดยต้องออกไปยืนถือถังน้ำหน้าห้องเพราะสอบตก , โดนหมาไล่กัดประจำ , นอนหลับทุกครั้งตอนทานอาหารเย็นแล้วถูกแม่ดุ , แล้วเขาก็ตื่นสายอีกครั้งในเช้าวันต่อมา ...
Nobita Nobi - โนบิตะ โนบิ

หุ่นยนต์แมวน้องสาวของโดราเอม่อน เป็นหุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นหลังจากสร้างโดราเอม่อนไม่นานจึงมีประสิทธิภาพสูงกว่าพี่ชาย มีตัวสีเหลือง หูสีแดง โดเรมี่มีของวิเศษเหมือนพี่ชายทุกอย่างและใช้ได้ดีกว่าอีกด้วย เขาเป็นน้องสาวที่ดีคอยช่วยเหลือโนบิตะและโดราเอม่อน แต่โดเรมี่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับโนบิตะและโดราเอม่อน แต่เขาอาศัยอยู่ในศตวรรษที่ 22 และโดเรมี่จะปรากฎตัวทุกครั้งในสถานะการที่โดราเอม่อนไม่สามารถควบคุมได้
Minamoto Shizuka - โมนะโมโต ชิซูกะ
ตัวละครหลักอีกตัวที่ใคร ๆ ก็หลงรัก ชิซูกะเธอเป็นนางเอกของเรื่องที่โนบิตะต้องการจะแต่งงานด้วยในอนาคต เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักเรียนเก่ง และในอนาคตเธอจะเป็นจ้าวสาวของโนบิตะจริงๆ แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ ชิซูกะชอบอาบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ , ใจดี , และให้อภัยกับทุก ๆ คน เธอเป็นเด็กดีเรียนเก่งได้คะแนนสอบดีมาก ตรงกันข้างกับสามีในอนาคตของเธออย่างโนบิตะที่ได้ 0 คะแนนทุกครั้ง
Honekawa Suneo - โฮเนคาว่า ซูเนโอะ
ซูเนโอะถูกสร้างขึ้นโดยมีจิตนาการให้มีหน้าตาคล้ายสุนัขจิ้งจอก ปากแหลม เขาชอบคุยโวให้เพื่อน ๆ ฟังเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขาถึงฐานะทางบ้าน และซูเนโอะยังเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ อย่างละเอียดอีกด้วย เขาได้ทุกสิ่งที่เพื่อนๆ กำลังอยากได้อย่างยากเย็น ในขณะที่เขาจะมีทุกอย่างอยู่แล้วเพราะเขาเป็นเด็กชายที่จะเรียกว่าคุณชายเลยทีเดียว และมักเอาขอบเล่นแพง ๆ มาอวดเพื่อนและสุดท้ายก็โดนไจแอนท์แย่งไปทุกครั้ง ซูเนโอะเป็นเพื่อนสนิทกับไจแอ้นท์ และชอบรังแกโนบิตะ ซูเนโอะยังคอยเป่าหูไจแอนท์ให้รังแกโนบิตะเสมอ และยังแอบหลงรักชิซูกะอีกด้วย แต่ซูเนโอะก็มีนิสัยดีอยู่บ้าง
Honekawa Suneo - โกดะ ทาเคชิ
เด็กผู้ชายตัวอ้วน และแข็งแรง ชอบแกล้งโนบิตะแต่เมื่อถึงเวลาคับขันก็จะช่วยคนอื่น ชื่อจริงชื่อทาเคชิ มีน้องสาวหนึ่งคนรักน้องสาวมาก กลัวแม่เป็นที่หนึ่ง มักจะทำคะแนนสอบไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่เท่าโนบิตะ ไจแอนท์ไม่ค่อยชอบซูเนโอะและโนบิตะ ที่มักจะมีของเล่นแปลกๆอยู่เสมอ ชอบการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เขามักจะ บังคับให้เพื่อนๆไปดูคอนเสิร์ตของเขาเสมอ แต่ร้องไม่เอาไหน จนคนที่ฟังอยู่ต้องคอยอุดหูไว้ตลอด มีความฝันว่า โตขึ้นจะต้องเป็นนักร้องเหมือนพี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตยให้ได้
Dekisugi - เดคิซุงิ
เดคิซุงิเป็นเด็กชายที่ตรงกันข้ามกับโนบิตะทุกเรื่อง เขาเป็นเด็กที่เรียกว่าเก่งรอบตัว ได้ที 1 ทั้เรื่องเรียน และกีฬา แถมยังนิสัยดีมากอีกด้วย และยังเป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆ อีกด้วย จะแพ้ก็แต่ซูเนโอะเท่านั้นในเรื่องสาว ๆ เพราะว่าซูเนโอะมักจะซื้อของขวัญแพง ๆ ให้เพื่อนหญิงเสมอ เดคิซุงิเป็นเพื่อนที่ดีของชิซูกะ และชิซูกะก็ชอบไปเรียนพิเศษกับเดคิซุงิเสมอทำให้โนบิตะอิจฉา
ครอบครัวของโนบิตะ
โนบิตะอาศัยอยู่กับพ่อแม่ มีฐานะปานกลาง พ่อเป็นพนักงานบริษัทธรรมดา ส่วนแม่ของโนบิตะทำหน้าที่ดูแลบ้าน และดูแลโนบิตะ แม่ของโนบิตะจะดุโนบิตะทุกครั้งที่สอบได้คะแนน 0 หรือทุกครั้งที่โนบิตะทำของในบ้านเสียหาย โนบิตะไม่เคยได้รับของเล่นแพง ๆ จากที่บ้านเพราะฐานะทางบ้างไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนัก ของวิเศษของโดราเอม่อนที่ใช้บ่อย ๆ

Takekoputa - คัปเตอร์ไม

คัปเตอร์ไม้ไผ่ ทำจากไม้ไผ่ ชื่อภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "Take (ไม้ไผ่) Koputa (คัปเตอร์) " เมื่อจะใช้ก็นำไปวางไว้บนหัวจะทำให้สามารถบินได้ เป็นเครื่องมือที่โนบิตะและโดราเอม่อนใช้เกือบทุกตอนเพราะใช้งานง่ายและไม่ค่อยมีอันตราย สามารถบินได้ในระยะทาง 600 กม. และความเร็วประมาณ 80 กม.ต่อชม. เช่นสามารถใช้บินจากโตเกียวถึงโอซาก้าในเวลาประมาณครึ่งชม.
Taimu-mashin - เครื่องทาม์แม็คชีน

เครื่องทาม์แม็คชีนเป็นพาหนะที่สามารถใช้เดินทางย้อนเวลาไปอดีต หรือ เดินทางข้ามเวลาไปสู่อนาคตได้ โดยทางเข้าและทางออกจะอยู่ในลิ้นชักโต๊ะในห้องนอนของโนบิตะ โดราเอม่อนและเพื่อนๆ สามารถใช้เดินทางไปอนาคตได้ แต่ว่าเครื่องนี้ก็ไปส่งผิดที่ผิดเวลาบ่อย ๆ
Dokodemo-doa - ประตูสาระพัดสถานที่

หากเปิดประตูนี้ออกแล้วพูดชื่อว่าจะไปที่ไหนประตูก็จะเปิดออกไปยังสถานที่นั่นทันที ประตูเป็นประตูไม้ในแบบโบราณ เป็นเครื่องมือที่สะดวกสบายที่สุด แน่นอนว่าแฟน ๆ โดราเอม่อนต่างใฝ่ฝันถึงเครื่องมือชิ้นนี้อย่างแน่นอน
Small Light - ไฟฉายย่อส่วน
มีรูปร่าง และวิธีใช้คล้าย ๆ กับไฟฉายทั่ว ๆ ไป ใช้สำหรับย่อสิ่งของหรือขยายสิ่งของให้ใหญ่หรือเล็กก็ได้
ตอนจบของโดราเอม่อน
วันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันธรรมดาทั่ว ๆ ไป โนบิตะกลับมาจาก โรงเรียน ขึ้นไปยังห้องนอน และพบโดเรมอนกำลังนอน หลับอยู่เหมือนปกติ “นี่ ! โดเรมอน ตื่นมาเล่นกันเถอะ” แต่โดเรมอนก็ยังหลับอยู่ โนบิตะคิดว่าโดเรมอนคงเหนื่อยมาก จึงปลุกไม่ตื่น ดังนั้นโนบิตะจึงออกไปเล่นกับ ชิซูกะ และ เพื่อนคนอื่น หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงโนบิตะกลับมายังบ้าน แต่โดเรมอนก็ยังหลับอยู่ โนบิตะรู้สึกแปลกใจ และพยายามปลุกโดเรมอนแต่ก็ไม่ปฎิกริยาใด ๆ ทั้งสิ้นจากโดเรมอน โนบิตะเริ่มรู้สึกกลัวและเหนื่อยที่จะปลุกโดเรมอน โนบิตะพยายามทำทุกอย่างแต่โดเรมอนก็ไม่ยอมตื่น โนบิตะรู้แล้วว่า มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปและมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โนบิตะเริ่มร้องไห้โฮแต่โดเรมอนก็ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว และแล้วโนบิตะก็คิดอะไรขึ้นมาได้ 1 อย่าง และกระโดดเข้าไปในโต๊ะที่มีไทม์แมชชีน และ โนบิตะก็ได้ไปในอนาคตเพื่อที่จะพบโดเรมีน้องสาวของโดเรมอน โนบิตะขอร้องให้โดเรมีช่วยและฝืนใจโดเรมีให้กลับมาในปี 1998 หลังจากที่มาถึง โดเรมีก็ได้เข้าไปตรวจสอบในตัวโดเรมอนว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นไม่กี่นาที โดเรมีก็บอกโนบิตะว่า “แบตเตอร์รี่หมด”โนบิตะถูกทำให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นและถามโดเรมีเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่า
“แบตเตอรี่หมดหรือ ? อย่างงั้นโดเรมอนก็ไม่เป็นไรสิ ใช่ไหม? ถ้างั้น ช่วยเปลี่ยยแบตเตอร์รี่ใหม่ให้หน่อยทำให้โดเรมอนกลับมามีชีวิตเหมือนเดิม”โดเรมีมองมาที่โนบิตะ และสั่นหน้า แล้วพูดว่า“ฉันควรจะเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ใหม่หรือ “โนบิตะจึงถามกลับว่า “ทำไมโดเรมีจึงพูดอย่างนั้น”โดเรมีจึงตอบ ว่า แบตเตอร์รี่หลักของโดเรมอนอยู่ตรงนี้ ใกล้กับกระเป๋าและก็ถูกใช้หมดแล้ว แต่จริง ๆ แล้วก็ยังมีแบตเตอร์รี่สำรองอยู่ที่หูแต่อย่างทีรู้ ๆ กันอยู่ว่า หูทั้งสองข้างของโดเรมอนถูกหนูกินไปเมื่อหลายปีก่อนดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีแบตเตอรรี่สำรอง โนบิตะ จึงถามโดเรมี“เธอหมายความว่าไงน่ะ”ฉันหมายความว่า ถ้าฉันเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ใหม่โดเรมอนจะสูญเสียความจงจำทั้งหมดเกี่ยวกับโนบิตะตลอดกาล “แล้วฉันควรจะเปลี่ยนหรือ” “อะไรนะ” โนบิตะปิดตาแล้วก็ร้องไห้ แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาที โนบิตะก็หยุดร้อง และพูดเบา ๆ กับโดเรมีว่า“ขอบคุณมาก ผมจะจัดการส่วนที่เหลือเอง เธอควรจะกลับไปยังอนาคตได้แล้ว”โดเรมีไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ก็เข้าไปกอดโนบิตะแล้วโดเรมีก็ลาโนบิตะกลับบ้านหลังจากที่โดเรมีกลับไปแล้ว โนบิตะก็อุ้มโดเรมอนไปไว้บนชั้น
---- หลายปีผ่านไป------------ในปี 2010 โนบิตะโตเป็นผู้ใหญ่ ตั้งแต่วันนั้น โนบิตะก็เปลี่ยนแปลงและเรียนหนังสืออย่างหนักและก็ไม่เคยร้องไห้อีก และเขาอยู่โดยไม่มีโดเรมอนโนบิตะบอกชิซูกะ และ เพื่อนๆ ทั้งหลายว่า โดเรมอนต้องกลับไปยังอนาคตและไม่สามารถมา พบเพื่อน ๆ ทั้งหลายได้อีกแล้วชิซูกะประทับใจในตัวโนบิตะที่มีความเปลี่ยนแปลง และต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิงและทั้งสองก็รักกัน แล้วแต่งงานกัน โนบิตะเป็นนักวิทยาศาสตร์และทำห้องของเขาเป็นห้องทดลอง และเขาก็ได้ตั้งใจทำงานอย่างหนักในงานของเขาและห้ามไม่ให้ชิซูกะ เข้ามายังห้องทดลอง และแล้ววันหนึ่งโนบิตะก็เรียกให้ชิซูกะเข้ามายังห้องทดลอง และมันเป็นครั้งแรกที่ชิซูกะเข้ามายังห้องของสามีของเธอในขณะที่เธอเข้ามายังห้อง เธอถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกเธอเห็นโดเรมอนเพื่อนเก่าของเธอที่เคยเล่นด้วยกัน ในตอนที่ยังเป็นเด็กโดเรมอนไม่ขยับ และ เหมือนกับกำลังหลับ “ดูนี่! ชิซูกะผมจะเสียบปลั๊กแล้วนะ”โนบิตะเปิดสวิตช์หลัก บนตัวของโดเรมอน โดเรมอนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเป็นเป็นช่วงที่ ทำให้เข้าใจได้ว่าใครเป็นผู้ที่คิดค้นโดเรมอนขึ้นมาซึ่งก็คือโนบิตะนั่นเอง เขาเรียนอย่างหนัก เพื่อที่ว่าจะได้พบ และพูดคุย กับโดเรมอนเพื่อนรักของเขา ที่มารู้จักกัน แล้วก็จากไป
โนบิตะเป็นผู้หนื่งที่ได้สร้างโดเรมอนขึ้นมาเขาคิดค้นโปรแกรม และโครงสร้างทั้งหลาย สำหรับหุ่นยนต์โดเรมอน โนบิตะและชิซูกะร้องไห้อย่างเงียบ ๆ โดเรมอนก็ลืมตาขี้น และก็พูดว่า “โนบิตะนายทำการบ้านเสร็จแล้วหรือ” มันเหมือนกับมี ก้อนเมฆสีขาวก้อนเดิม อยู่บนท้องฟ้าช่างเหมือนกับเวลาแห่งความทรงจำในอดีต ที่พวกเขามีร่วมกัน
ตอนจบจริงๆของ โดเรมอนไม่ใช่ โดเรมอน กลับอนาคตหรอก... จาก http://www.mcot.or.th/v_cartoon/doraemon/d1.htm
ตอนจบของเรื่องที่อาจารย์ ฟูจิโกะ และฟูจิโอะร่างไว้เป็น ตอนจบจริงๆของ โดเรมอนไม่ใช่ โดเรมอน กลับอนาคตหรอก... จริงๆแล้วของ original ที่ อ.ฟุจิโกะ เขียนเป็น story board ไว้ก่อนที่จะอ.จากไป วันหนึ่ง ฉากในโรงพยาบาล โนบิตะตื่นขึ้นมา และเจอพ่อกับแม่และเพื่อนๆ ครบทุกคนยืนอยู่รอบเตียง แล้วโนบิตะก็ถามถึงโดเรมอน ทุกคนกลับปฎิเสธว่า ไม่รู้จักและบอกโนบิตะว่า โนบิตะหลับมานานเป็นปีแล้วเนื่องจากไม่สบาย และโนบิตะก็นึกย้อนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับโดเรมอน ทั้งการผจญภัยต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงความฝันเท่านั้นโดเรมอน เซวาสึ โดเรมี ล้วนเป็น ความฝันของเขาทั้งสิ้น โนบิตะเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรง และไม่มีเพื่อนรักที่ จะอยู่ด้วย เขาต้องนอนโรงพยาบาลตลอดเวลาและเขาก็หลับไป ฉากต่อมา เริ่มที่ พ่อแม่และเพื่อนๆของโนบิตะร้องไห้กันอยู่ในงานศพของ โนบิตะ..เขาจากไปก่อนวัยอันควร..และเรื่องราวทุกอย่างก็จบลง ที่โนบิตะฝันถึงโดเรมอนและอนาคตนั้นเป็นเพราะเขารู้ดีว่า เขาจะต้อง ตายในอีกไม่นาน เขาจึงอยากที่จะมีอนาคตมีเพื่อนรัก มีการผจญภัยสนุกสนาน แต่ฝันของเขาก็ไม่มีวันเป็นจริง... ตลอดไป......
ตอนนี้เป็นเพียงตอนที่ยังไม่ตกลงว่าจะออกพิมพ์หรือทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูน แต่อย่างใด เพราะคงไม่มีใครอยากให้จบแบบนี้แหล่งที่มา : http://www.japankiku.com/anime/doreamon/doreamon.html

บทความเรื่อง
ข้อคิดอารมณ์ดี 4 วิธี...คิดให้ขำๆๆ


ยิ้มย่องไปกับสิ่งที่จางหายไป

อารมณ์ดี...เพราะมีความสุข !! อารมณ์ดีสร้างได้ง่ายๆที่ตัวเราเองไม่ว่าความทรงจำชวนหัวมากแค่ไหน จินตนาการอันบรรเจิดต่างๆ ก็เป็นที่มาของเสียหัวเราะได้จ้า!!!!

วิธีต่อไปนี้เป็นวิธีการคิดชวนขำๆที่คุณอาจไม่เคยรู้

ข้อแรก ต้องปล่อยความคิดโลดแล่นโดยไม่เซ็นเซอร์ เคยไหมที่เห็นหน้าใครคนหนึ่งแล้วอยากใส่หนวดให้เขา แต่พอเริ่มอมยิ้มในใจกลับล้มเลิกความคิดนั้นซะเพราะรู้สึกว่าปล่อยความคิดให้ไร้สาระเกินไปแล้วคราวหน้าก็ค่อยลองปล่อยจินตนาการแบบนี้ให้โลดแล่นโดยไม่ต้องเก็บกดเอาไว้อีก จะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาด้วยก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราคิดอะไรอยู่….

ข้อสอง ต้องเชื่อมโยงเหตุการณ์จริงเข้ากับสถานการณ์ชวนขำ อาจลองสวมบทเป็นคนอื่นดู เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เครียดและกดดัน ให้คิดเสียว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้นทุกคนเป็นเพียงตัวละคนตัวหนึ่งและกำลังจะเกิดเหตุการณ์ชวนขันขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เช่น ขณะรถติดก็อาจคิดว่ากำลังติดอยู่ในใยแมงมุมยักษ์ แค่นี้ก็ลดความเครียดลงได้เยอะเลยลองทำดูนะค่ะ

ข้อสาม ให้คิดถึงเรื่องตลกของตัวเองในอดีต ที่คนเราทุกคนต่างเคยแสดงบทตลกโดยไม่ได้ตั้งใจกันมาแล้วทั้งนั้น ว่างๆลองเรียกความทรงจำดีๆ เหล่านั้นกลับมาฉายใหม่ให้ตัวเองดูอีกสักครั้งจะเป็นไร ลองคิดดูสิว่าอารมณ์จะดีขึ้นมากแค่ไหน.....แค่คิดก็ขำแล้ว

ข้อสุดท้าย ท่านผู้ที่มีบอร์ดเขียนข้อความติดไว้ในบ้านหรือที่ทำงานฟังทางนี้ บอร์ดเขียนข้อความที่มักเอาไว้จดตารางงานหรือข้อความเครียดๆ สามารถนำมาช่วยสร้างความคิดขำขันได้อย่างดี ลองแขวนไว้ในบ้านหรือที่ทำงานสักแผ่นแล้วแลกเปลี่ยนกันเขียนมุกตลกทิ้งไว้บนกระดาน วิธีนี้นอกจากจะได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างพี่ๆน้องๆแล้ว รับรองว่าจะได้ไอเดียใหม่ๆมาให้ได้ขำกันทั้งวัน

ใครถนัดวิธีไหนเลือกได้ตามสบาย ยิ่งได้คนในบ้านหรือที่ทำงานร่วมขบวนการด้วยยิ่งดีใหญ่ เพราะถือเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสุขด้วย

เมื่ออารมณ์ดี ยิ้มย่องผ่องใส สุขภาพก็ดีไปด้วยนะค่ะ




อ้างอิงโดย : สสส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
เรื่องโดย : มณีรัตณ แช่มมณี Team Content www.thaitealth.or.th

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552


แต่งหน้าตามราศี
เสริมโหงวเฮ้งรับปีวัว


"คุณเตรียมตัวหล่อสวยเด้งรับปีฉลูกันหรือยัง...?" ลองนอนก่ายหน้าผากทบทวนเหตุ การณ์ดีและไม่ดีใน พ.ศ. ที่ผ่านไป คิดไม่ออกไม่เป็นไร ลองส่องกระจกดูริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดจากการตรากตรำมาทั้งปี หากตรึกตรองแล้วใบหน้าเหมือน "อมทุกข์ แบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว" ถึงเวลาหรือยังที่ต้องแปลงโฉมดวงหน้าให้หล่อเหลา สวยเฉียบรับปีฉลู ศาสตร์โหงวเฮ้ง เป็นอีกทางเลือกเพื่อเสริมความมั่นใจในการแต่งหน้าให้เหมาะสมและถูกต้องตามราศี ซึ่งวันนี้การแต่งหน้าไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นผู้หญิงหรือชายเทียม แต่ผู้ชายทั้งแท่งก็สามารถเสริมแต่งใบหน้าได้เช่นกัน โดย คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ไพ่ยิปซีและฮวงจุ้ย ให้ความเห็นถึงศาสตร์การแต่งหน้าตามโหงวเฮ้งว่า มีมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณที่มีการนำเปลือกไม้สีสันต่าง ๆ มาแต่งเติมหน้าตาของผู้หญิงเพื่อให้เกิดความสวยงาม ด้านผู้ชายก็นำเปลือกไม้สีสันต่างๆ มาแต่งเติมใบหน้าให้ดูน่าเกรงขามเมื่อออกรบเพื่อข่มขวัญศัตรู วัฒนธรรมการแต่งหน้าแผ่ขยายสู่เอเชียผ่านประเทศจีน จึงเกิดแนวคิดนำศาสตร์โหงวเฮ้งมาผสมผสานกับการแต่งหน้า ซึ่งโหงวเฮ้งบนใบหน้าประกอบด้วย 2 หลักใหญ่ คือ 1.อวัยวะทั้ง 5 บนใบหน้าประกอบด้วย คิ้ว ตา จมูก ปาก หู 2.เนินทั้ง 5 บนใบหน้าคือ เนินแก้มซ้าย แก้มขวา เนินคาง เนินจมูก เนินหน้าผาก หากแยกตามราศีการแต่งหน้าเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง คฑา แนะนำไว้ดังนี้

ราศีมังกร (14 ม.ค. - 13 ก.พ.) ธาตุดิน เป็นคนใบหน้าออกไปทางยาวรูปไข่ คิ้วเรียว ริมฝีปากสวยอิ่ม ควรใช้สีสันของธาตุไฟเสริมราศี ดวงตาใช้สีส้ม น้ำตาล น้ำตาลทองแลดูมีพลัง โหนกแก้มปัดด้วยสีโทนชมพู ส้ม อิฐ สีโอลด์โรสเพิ่มเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มสีกุหลาบ หรือส้มโอลด์โรส ชมพูเหลือบม่วง ด้านคิ้วหมายถึง อำนาจบารมี วาดให้หัวคิ้วเรียวตามธรรมชาติถึงหางคิ้ว ใช้สีน้ำตาลเข้มปัดคิ้ว อย่าพยายามใส่แว่นปิดดวงตาแต่ควรเน้นให้ตาโตเพื่อเสริมพลังอำนาจ

ราศีกุมภ์ (14 ก.พ. - 13 มี.ค.) ธาตุลม ใบหน้ามนแต่มีโหนกแก้ม ควรเน้นที่ริมฝีปากด้วยสีสว่างสดใสแดงอมชมพู หรือชมพูเหลือบม่วง และชมพูประกายสดใส เสริมความมั่นใจเพื่อให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการไฮไลต์สันจมูก ส่วนตาสีท้องฟ้า หรือประกายเหลือบทอง ปัดแก้มด้วยสีอ่อนเช่น ชมพูอ่อน ม่วงอ่อน เน้นแต่งเติมผิวใต้ดวงตาเพื่อส่งเสริมความรัก

ราศีมีน (14 มี.ค. - 14 เม.ย.) ธาตุน้ำ ดวงตาควรใช้สีชมพูอมม่วงอ่อน หรือเขียวอ่อนของใบไม้แรกผลิหรือสีควันบุหรี่ประกายขาวสดใส คิ้วกันให้ได้รูปรับกับใบหน้า เน้นริมฝีปากสีชมพูประกายสดส่งเสริมให้สุขภาพดี

ราศีเมษ (15 เม.ย - 14 พ.ค.) ธาตุไฟ สีผิวมักออกคล้ำ คางเด่น คอยาวระหง หน้า ผากกว้าง คิ้วดกควรปัดมาสคาร่าเน้นเปลือกตาด้วยสีเงิน สีบรอนซ์ โหนกแก้มเอิบอิ่มด้วยสีธาตุไฟสว่างด้วยสีบรอนซ์เงิน สีม่วง และสีส้มแดง ริมฝีปากมันวาวดูเป็นประกายเย้ายวนด้วยสีชมพูแดง ส้มโอลด์โรส ชมพูประกายใสและแดงแตงโม

ราศีพฤษภ (15 พ.ค. - 14 มิ.ย.) ธาตุดิน ใบหน้ากลม จมูกโด่ง แต่งหน้าด้วยเฉดสีเอิร์ธโทนเป็นหลัก ปัดแก้มด้วยสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลประ กายทอง น้ำตาล อมม่วง เน้นขอบตาและเปลือกตาด้วย สีโกโก้ น้ำตาลเข้ม ทรายทอง ใช้ลิปสติกโทนน้ำตาลแดง น้ำตาล อมส้ม สีแดงประกายสดใส สีส้มโอลด์โรสทำให้รอยยิ้มอบอุ่นน่าใกล้ชิด

ราศีเมถุน (15 มิ.ย. - 12 ก.ค.) ธาตุลม ใบหน้าอูมสวย จมูกโด่งหรือใหญ่ ดวงตา แจ่มใส ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย แก้มและหน้าผากโหนก ริม ฝีปากได้รูป ควรใช้โทนสีธรรม ชาติที่ดูสดชื่นแจ่มใส เสริมความเป็นตัวเอง ดวงตาเน้นสีเขียวเข้ม ฟ้าอมเทา ประกายขอบตาเหลือง หรือทอง แก้มสีส้มอิฐ หรือชมพูสดใส ริมฝีปากเพิ่มความงามด้วยสีส้มแดงและสีชมพูกลีบกุหลาบ

ราศีกรกฎ (16 ก.ค. - 16 ส.ค.) ธาตุน้ำ หน้าผากนูนสวย จมูกเชิดงอน แก้มใสอิ่ม ริมฝีปากเต็มได้รูป ดวงตาแลดูอ่อนเยาว์ใส การแต่งแต้มใบหน้า เน้นรอยยิ้มและดวงตาเปล่ง ประกายสดใสด้วยสีเขียวน้ำทะเล สีม่วงอ่อน สีเขียวพฤกษ์ไพร โหนกแก้ม สีส้มอิฐ ริมฝีปากสีชมพูเข้ม และชมพูสดใสดูเป็นประกาย

ราศีสิงห์ (17 ส.ค. - 15 ก.ย.) ธาตุไฟ ใบหน้าดูดีได้รูปสีชมพูเปล่งปลั่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลสนิทคมขาว ใช้สีเจิด จ้าเสริมพลัง ควรทาตาด้วยสีบรอนซ์เงิน น้ำตาลทอง สีฟ้าอมม่วงและเปลือกตาประกายเหลืองทอง ปัดแก้ม ด้วยสีอิฐประกายเงิน ริมฝีปากควรเสริมด้วยสีชมพูแดง ชมพูสดใส สีแดงฉ่ำเนื้อแตงโมและสีชมพูเหลือบม่วง

ราศีกันย์ (16 ก.ย. - 16 ต.ค.) ธาตุดิน สีสันบนใบหน้าที่จะเติมพลังชีวิตนั้นคือ สีชมพูอ่อน สีอิฐ สีส้ม พวง แก้มน้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลประ กายทอง เปลือกตาใช้สีแดงกุหลาบ แดงชบา ชมพูเหลือบม่วง น้ำตาล ส่วนริมฝีปากแต่งด้วยสีโอลด์โรส

ราศีตุลย์ (17 ต.ค. - 15 พ.ย.) ธาตุลม ใบหน้ารูปไข่ คางมน ตาสีเข้ม ริมฝีปากสวย ผิวพรรณดี แต่งแต้มใบหน้าเน้นความสมดุลของธรรมชาติ ดวงตาสีเขียวเข้มของพรรณไม้ สีม่วงประกายขาว สีเขียวอ่อน เพิ่มเสน่ห์ดึงดูดใจ ด้วยแก้มโทนสีส้ม สีอิฐ สีโอลด์โรสและชมพู รับกับริมฝีปากส้มแดง สีโอลด์ โรสประกาย ราศีพิจิก (16 พ.ย.-14 ธ.ค.) ธาตุน้ำ แววตามีเสน่ห์ชวนมอง คิ้วเข้ม ใบหน้าและรอยยิ้มน่าประทับใจ ควรแต่งแต้มเปลือกตาด้วยสีม่วงเข้ม ฟ้าอ่อน และเขียวน้ำทะเล เพิ่มพลังของแววตา ด้วยประกายทองและฟ้า แก้มชมพูดูมีเสน่ห์น่าค้นหา ริมฝีปากชมพูเข้ม

ราศีธนู (15 ธ.ค. - 13 ม.ค.) ธาตุไฟ ใบหน้ามักมีรูปไข่ ควรมีสีส้ม น้ำตาลทองหรือออกส้มแดงและสีอิฐที่แก้ม แต่งเปลือกตาด้วยสีอบอุ่น เช่น น้ำตาล น้ำตาลทอง เขียวและชมพูแดง ริมฝีปากธรรมชาติด้วยสีส้มสด หรือส้มโอลด์โรส ชมพูกลีบกุหลาบสดใส และน้ำตาลเหลือบม่วง ควรเสริมความมันวาวให้ริมฝีปากแลดูเย้ายวนใจ

"ปีวัวนี้ราศีที่อาจจะมีเคราะห์มากที่สุดคือ ราศีพฤษภ, มีน, กรกฎ, พิจิก อาจได้รับทุกข์ร้อนต่างๆ นานา จึงต้องระวังตัวและหมั่นทำบุญอยู่เสมอ ซึ่งการแต่งหน้าเพื่อเพิ่มโหงวเฮ้งก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมดวงชะตาได้" คฑา กล่าว การแต่งหน้าเพื่อเสริมโหงวเฮ้งเป็นอีกความเชื่อหนึ่งที่ส่งเสริมความมั่นใจ แต่ต้องควบคู่กับการทำความดีที่จะทำให้การงาน ชีวิตครอบครัวเจริญก้าวหน้าได้ในปีฉลู